
ONE มอบความสนุกให้แฟนกีฬาต่อสู้แบบไม่มีพักด้วยศึก ONE ลุมพินี 135 ที่ยกขบวนจอมบู๊มากฝีมือขึ้นดวลกันบนสังเวียนทั้งหมด 12 คู่ ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งออกไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ในวันศุกร์ที่ 28 พ.ย.นี้ เริ่มคู่แรก 19.30 น.

“วรพล” กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มจากการขึ้นชกพิกัด 142 ป. เมื่อตะลุยเก็บชัย 4 ไฟต์รวด ทำให้ปัจจุบันครองสถิติชนะ 6 ครั้งจาก 10 ไฟต์ที่ขึ้นชกในรายการนี้ และหยิบรางวัลดับเบิลโบนัส 700,000 บาท ไปครองได้หนึ่งครั้ง ล่าสุดเจ้าตัวโชว์ดับซ่า “ก้องกุลา จิตรเมืองนนท์” ด้วยการเอาชนะทีเคโอยกแรก ในศึก ONE ลุมพินี 127 เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา

ครั้งนี้ “วรพล” พร้อมเผชิญความท้าทายใหม่ ขยับขึ้นไปบู๊รุ่นแบนตัมเวตเต็มตัว โดยลุ้นเก็บชัยชนะต่อเนื่องไฟต์ที่ 5 เพื่อขยับเข้าใกล้โอกาสคว้าสัญญา ONE มากขึ้น
ด้าน “จูลิโอ” จอมบู๊จากแดนแซมบ้า ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ร่างกายกำยำ พร้อมปะทะทุกคนที่ยืนขวางหน้า เคยโชว์ผลงานในศึกนี้ไปแล้ว 3 ครั้ง โดยเก็บชัยได้ครั้งเดียวจากการปิดเกมน็อกเอาต์ยก 3 “ก้าวหน้า สจ.โต้งปราจีน” ในศึก ONE ลุมพินี 42 ล่าสุดเสียท่าพ่ายทีเคโอยกแรกให้กับ “กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย” ในศึก ONE ลุมพินี 52 เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 67

โอกาสนี้ “จูลิโอ” ได้หวนคืนรายการในรอบเกือบ 2 ปี โดยต้องการพิสูจน์ฝีมือเต็มที่เพื่อกลับมาแจ้งเกิดให้ได้ ด้วยการดับความฮอตของ “วรพล” ชิงแต้มชัยสำคัญมาครอง เพื่อปูทางกลับมาโชว์ผลงานในรายการนี้อย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่ค่ายพีเค.แสนชัย ย่านพระราม 3 และได้ฝึกซ้อมใกล้ชิดกับนักมวยชื่อดังหลายรายทำให้ “ก้องไกล” กลับมาดูมีความกระหายในการชกมวยอีกครั้ง ล่าสุดเจ้าตัวคืนฟอร์มเก่งปิดเกมน็อกเอาต์ยก 3 “เฟอร์รารี แฟร์เท็กซ์” ได้อย่างเด็ดขาด ในศึก ONE ลุมพินี 122 เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา เก็บแต้มชัยครั้งที่ 4 จากการขึ้นชก 10 ไฟต์ในรายการนี้

ขณะที่ “เคนดู” กำลังต้องการจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังเปิดตัวสวยเก็บชัยรวดใน 2 ไฟต์แรก พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท ไปครองหนึ่งครั้ง ทว่าเจ้าตัวกลับสะดุดแพ้ทั้ง 2 ไฟต์หลัง เริ่มจากแพ้คะแนนเอกฉันท์ให้กับ “อวตาร” ในศึก ONE ลุมพินี 103 ล่าสุดโดน “ไทสัน แฮร์ริสัน” จากออสเตรเลีย รัวหมัดชุดใหญ่ใส่ ทำให้พ่ายทีเคโอยกแรก ในศึก ONE ลุมพินี 117 เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา

รอบนี้ “เคนดู” จึงเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ต้องเค้นฟอร์มที่ดีที่สุด ออกมาปราบ “ก้องไกล” ลงให้ได้ เพื่อหลีกหนีความพ่ายแพ้ 3 ไฟต์ติด ซึ่งอาจส่งผลไม่ดีต่ออนาคตบนเวทีนี้

ชื่อของ “ลำน้ำมูลเล็ก” คือเบอร์ต้น ๆ ของวงการมวยไทยทั้งในรูปแบบ 5 ยก และ 3 ยก การันตีด้วยการคว้ารางวัลนักมวยไทยอาชีพดีเด่นชายปี 2564 ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดยฝากผลงานบนสังเวียน ONE ลุมพินีไปแล้ว 2 ไฟต์ ล่าสุดเจ้าตัวโชว์ปรับสไตล์จากมวยฝีมือมาเป็นมวยบู๊ ไล่ทุบเอาชนะ “ก้องศึก แฟร์เท็กซ์” คู่ปรับเก่าไปด้วยคะแนนเอกฉันท์ในศึก ONE ลุมพินี 105 เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา

ครั้งนี้ “ลำน้ำมูลเล็ก” กลับมาพร้อมเจอความท้าทายใหม่กับการเปิดซิงบู๊กติกาคิกบ็อกซิ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต หวังรับน้องโหด “ฮาเวียร์” เก็บแต้มชัยที่ 2 มาไว้ในกำมือ
ทางฝั่ง “ฮาเวียร์” กำปั้นหน้าใหม่จากแดนกระทิงดุ เก็บเกี่ยวประสบการณ์การต่อสู้บนสังเวียนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกติกามวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง โดยปัจจุบันทำผลงานในระดับอาชีพได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการชนะถึง 10 ครั้งจาก 11 ไฟต์ที่ขึ้นแข่งขัน ฟอร์มร้อนแรงดังกล่าวส่งผลให้ “ฮาเวียร์” ได้รับโอกาสทองให้มาอวดฝีมือในศึก ONE ลุมพินี